กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล (Groundwater Development Fund)
กรมทรัพยากรน้ำบาดาล พลิกพื้นที่หาน้ำยาก จ.กาญจนบุรี สู่ต้นแบบความมั่นคงด้านน้ำ
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล โดยนายทนงศักดิ์ ล้อชูสกุล ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 (สุพรรณบุรี) มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ส่วนวิชาการ เดินหน้าสูบทดสอบปริมาณน้ำบาดาล บ่อน้ำบาดาลเจาะใหม่แบบระยะยาวต่อเนื่อง 7 วันเต็ม ภายใต้โครงการศึกษา สำรวจ และพัฒนาน้ำบาดาลในพื้นที่หาน้ำยาก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล โดยปฏิบัติการครบวงจร “ผลิต กักเก็บ จ่ายน้ำ พลังงานสะอาด” ณ บ้านหนองไก่เหลือง หมู่ที่ 7 ตำบลหนองประดู่ อำเภอเลาขวัญ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการทดสอบกำลังผลิตบ่อน้ำบาดาล แต่เป็นการประเมินระบบทั้งวงจร ได้แก่
• ประเมินประสิทธิภาพบ่อน้ำบาดาล จำนวน 8 บ่อ
• ตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาลเบื้องต้น
• ทดสอบระบบสูบน้ำแบบผสม (ไฟฟ้า + พลังงานแสงอาทิตย์)
• ทดสอบการจ่ายน้ำไกลถึง 20 กิโลเมตร
• ติดตามพฤติกรรมการใช้น้ำของประชาชน
• บันทึกข้อมูลการใช้น้ำรายชั่วโมงของระบบประปาเดิม 10 แห่ง ครอบคลุม 7 หมู่บ้าน
ผลการสูบทดสอบแบบระยะยาว 7 วันต่อเนื่อง
1) กำลังผลิตน้ำบาดาล
• บ่อผลิต 8 บ่อ ผลิตน้ำได้ 800 – 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
• สูบน้ำบาดาลเข้าสู่หอถังเหล็กเก็บน้ำ ขนาด 550 ลูกบาศก์เมตร จำนวน 2 ถัง และหอถังเหล็กรักษาแรงดัน ขนาด 320 ลูกบาศก์เมตร รวมศักยภาพการกักเก็บน้ำกว่า 1,420 ลูกบาศก์เมตร
2) ความต้องการใช้น้ำของชุมชน
• ระบบประปาเดิม 10 แห่ง มีการใช้น้ำรวม 700 – 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
3) ระบบพลังงาน
• ระบบสูบน้ำแบบผสม (Hybrid System)
• พลังงานแสงอาทิตย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6 – 7 ชั่วโมงต่อวัน (09.00 – 15.00 น.)
การประเมินผลพบว่า ระบบมีศักยภาพการผลิตน้ำบาดาลสูงสุด 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งมากกว่าความต้องการใช้น้ำสูงสุดประมาณ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แสดงให้เห็นถึงส่วนเผื่อความปลอดภัย ที่สามารถรองรับช่วงเวลาการใช้น้ำพร้อมกันสูงสุดหรือฤดูแล้งได้อย่างเหมาะสม อีกทั้งปริมาตรถังเก็บน้ำรวม 1,420 ลูกบาศก์เมตร ยังช่วยรักษาแรงดันน้ำให้สม่ำเสมอ รองรับกรณีไฟฟ้าขัดข้อง และลดการสูบต่อเนื่องเกินความจำเป็น ช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์และชั้นน้ำบาดาล ระบบสูบน้ำแบบผสมผสานระหว่างไฟฟ้าและพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลดต้นทุนระยะยาวและเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน
ในขณะเดียวกัน การเก็บข้อมูลการใช้น้ำรายชั่วโมง ทำให้สามารถบริหารจัดการรอบการสูบน้ำบาดาล และวางแผนพัฒนาระบบได้อย่างแม่นยำ โดยภาพรวมโครงการมีความพร้อมทั้งด้านเทคนิค และการบริหารจัดการ สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชนใน 7 หมู่บ้าน กว่า 2,600 ครัวเรือน (ประมาณ 7,000 คน) และเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
เผยแพร่โดย : กองทุนพัฒนาน้ำบาดาล